Sunday, June 24, 2012

โปรแกรมต่างๆบน Ubuntu

     Ubuntu มีโปรแกรมมากมายหลายพันโปรแกรม อาจมีแพคเกจที่สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งหมด 26,635 แพคเกจ โดยแพคเกจหนึ่ง ไม่ใช่หนึ่งโปรแกรม แต่จะเป็นส่วนหนึ่งซึ่งสามารถติดตั้งได้ ดังนั้นเราอาจติดตั้งเฉพาะบางส่วนของโปรแกรมเพื่อให้ขนาดเล็กลงได้ และแพคเกจบางตัวจะเป็น library คล้ายๆ กับ dll โดยมีการแยกแพคเกจไว้ เพื่อให้หลายๆ โปรแกรมใช้รวมกัน ไม่ต้องไปติดตั้งแยกกันให้เปลืองเนื้อที่อีก โดยทั้งหมดนี้อาจนับเป็นพื้นที่เก็บไฟล์แพคเกจ (ที่ยังไม่ได้ติดตั้ง) และข้อมูลต่างๆ เกือบ 25GB




โปรแกรมพื้นฐานที่ให้มากับ Ubuntu เช่น
OpenOffice.org โปรแกรมสำนักงาน
The GIMP โปรแกรมแต่งภาพ
Dictionary พจนานุกรม (ต้องใช้อินเทอร์เน็ต)
Gedit โปรแกรมแก้ไขข้อความ
XSane สแกนภาพ
F-spot,eog ดูภาพ (คล้ายๆโปรแกรม ACDsee)
Ekiga VOIP
Evolution เช็คอีเมล์
Firefox เล่นอินเทอร์เน็ต
Pidgin แชต IRC,ICQ,Yahoo Messenger, Jabber, M$N, ฯลฯ
Totem ดูหนังฟังเพลง
Rhythmbox จัดการเพลง
Sound Recorder อัดเสียง
Braseo เขียนข้อมูลลงแผ่นซีดี/ดีวีดี
Compiz Desktop Effect
Nautilus จัดการไฟล์และโฟล์เดอร์, เขียนซีดีข้อมูล, อัปโหลดไฟล์ (ftp,ssh,smb), แชร์ข้อมูล, ฯลฯ



ที่มาข้อมูล : http://buangam.wordpress.com/
คลิปวิดิโอจาก  http://www.youtube.com

การพัฒนาระบบของ Ubuntu


     Ubuntu พัฒนาโดยชุมชน โดยมีบริษัท Canonical ให้การสนับสนุน ดังนั้นคุณๆ เองก็สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนา Ubuntu ได้เช่นเดียวกัน
Ubuntu มีการออกรุ่นใหม่ทุกๆ 6 เดือน โดยในแต่ละรุ่นจะมีการสนับสนุน (มีอัพเดตต่างๆ ให้ และสามารถติดตั้งโปรแกรมจากคลังแพคเกจ) ยาว 18 เดือน และรุ่นที่ต่อท้ายด้วย LTS (ปัจจุบันนี้คือ 6.06 และ 8.04) จะมีการสนับสนุนนานเป็นพิเศษถึง 3 ปีบนเดสก์ท็อป และ 5 ปีบนเซิร์ฟเวอร์ และสามารถอัพเกรดระหว่างรุ่นต่างๆ ได้ (แต่อาจไม่ค่อยดีในบางรุ่น ควรจะติดตั้งใหม่)
     ข้อดีอย่างหนึ่ง ในการใช้ Ubuntu คือซอฟต์แวร์ของ Ubuntu รุ่นล่าสุดนั้นจะสดใหม่อยู่เสมอ ทำให้เราทราบถึงการพัฒนาการของลินุกซ์ได้ แต่ขณะเดียวกันระบบก็ยังมีเสถียรภาพ

Saturday, June 23, 2012

รู้จักกับ Ubuntu

     Ubuntu เป็นชุดแจกจ่ายลินุกซ์ (Linux Distribution) ซึ่งใช้งานได้ฟรีๆ โดยฟรีในความหมายนี้ มีสองประการ
1. ใช้ฟรี (Free Beer) คือสามารถใช้งานได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
2. เสรีภาพ (Freedom) คือมีอิสระในการใช้งาน สามารถใช้งาน แก้ไข ดัดแปลง แต่งเติม แจกจ่าย คัดลอกได้ตามต้องการ
     โดยใน Ubuntu เองจะประกอบด้วยซอฟต์แวร์ Open Source คุณภาพดีหลายๆ ตัว (ยกเว้นบางตัว อาจไม่ใช่ Open Source เช่น driver อุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดย Ubuntu เองจะไม่แถมพวกนี้ลงในแผ่นติดตั้งให้มาก จะต้องติดตั้งภายหลังผ่านอินเทอร์เน็ต)






คำสั่งใน LINUX


เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ เมื่อผ่านการตรวจสอบ Bios แล้ว จะมี Prompt LILO boot: ขึ้นมา
       ให้พิมพ์ Linux แล้วกดปุ่ม Enter ถ้าไม่พิมพ์อะไรภายใน 30 วินาที LILO จะบูท Dos
(windows95) ให้เอง
       จากนั้น Linux จะเริ่ม Start ระบบ จนถึงข้อความ RED HAT LINUX Release 5.0 (Hurricane) Kernel 2.0.32 on an i586 local host login
  พิมพ์ Root 
        แล้วจะถาม Password: ให้ใส่ password ที่ได้กำหนดไว้ลงไป
        จากนั้นจะขึ้น [root@localhost /root]#
        ลองใช้คำสั่ง ls
        ลองใช้คำสั่ง cd /usr
        ใช้คำสั่ง ls
        ใช้คำสั่ง ls -l ลองกดปุ่ม Alt +ปุ่ม F2 จะมีหน้าจอใหม่ขึ้นมา หากต้องการกลับไป
หน้าจอเดิม ให้กดปุ่ม Alt + ปุ่ม F1
        ใช้คำสั่ง Startx ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ระบบ x window จะทำงาน ลองขยับ mouse
ว่าทำงานได้ดีหรือไม่
        หากต้องการออกจาก x window ให้กดปุ่ม Ctrl + Alt + Backspace
        การออกจาก Linux ให้ใช้คำสั่ง shutdown -r now (ออกแล้วบูทเครื่องใหม่)
Shutdown -h now (ออกแล้วปิดเครื่อง)


ที่มาข้อมูล :  http://linuxunix54321.tripod.com/
คลิปวิดิโอจาก http://www.youtube.com

การพัฒนาระบบงานบน LINUX



 ลีนุกซ์ได้ทำการเตรียม เครื่องมือพัฒนาโปรแกรมให้เราไว้อย่างครบครันซึ่งจะมีตั้งแต่แอพพลิเคชันมาตรฐานคือ C/C++ คอมไพเลอร์ของ GNU และหากเราต้องการพัฒนาระบบบน X ก็มี TCL/TK เตรียมไว้ให้ด้วย

สำหรับคอมไพเลอร์ภาษาอื่นๆก็มีเช่น Perl, Smalltalk, Pascal, Lisp เป็นต้น ถ้าคุณมีความเชี่ยวชาญการเขียนโปรแกรมแบบ X-Base หรือ FoxPro บนลีนุกซ์ก็มีดาต้าเบสที่มีการเขียนโปรแกรมแบบนี้ให้เช่นกัน และล่าสุดลีนุกซ์ก็มีจาวาคอมไพเลอร์ให้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเขียนแอพเพลตจาวา สำหรับรันบนอินเทอร์เน็ตด้วย







ระบบปฏิบัติการ Linux-SIS


      ระบบปฏิบัติการ Linux-SIS หรือ Linux School Internet Server เป็นชุดซอฟต์แวร์ Linux รวมกับซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่จำเป็นในการใช้งานเป็น Internet Server อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเน้นวิธีการติดตั้งที่ง่าย และมีซอฟต์แวร์ที่จำเป็นมาพร้อม พัฒนาโดยห้องปฏิบัติการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (NTL) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ซึ่งออกแบบมาสำหรับโรงเรียน
ที่เชื่อมต่อกับโครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อโรงเรียนไทย (School Net) และสถาบันการศึกษาที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายไทยสาร (ThaiSarn)
       Linux-SIS พัฒนามาจาก Spaceward Linux Distribution โดยมีการเพิ่มซอฟต์แวร์ ที่จำเป็นในการใช้งาน Internet Serve พร้อมการตั้งค่าต่างๆ เริ่มต้นให้ มีระบบการติดตั้งที่ง่าย แยกส่วนที่เพิ่มเติมจาก Slack ware อย่างชัดเจน
     - ออกแบบมาเพื่อให้การติดตั้งและเริ่มใช้งาน สามารถทำได้ง่าย และรวดเร็ว
     - มีซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่จำเป็นในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ครบครัน



คุณสมบัติของระบบปฏิบัติการ LINUX


        มัลติทาสกิ้ง (Multi-tasking) คือ ทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการรอ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น Foreground และ Background
        มัลติยูสเซอร์ (Multi-user) Unix สามารถรองรับผู้ใช้ได้มากกว่า 1 คนในเวลาเดียวกันหรือพูดง่ายๆ ก็คือ ใช้งานได้หลายคนพร้อมกันนั่นเอง
เป็นระบบปฏิบัติการแบบหลายงาน และหลายผู้ใช้ (Multitasking & Multi-user) ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้สามารถมีผู้ใช้งานพร้อมๆ กัน ได้หลายๆ คน และแต่ละคนก็สามารถรันโปรแกรมได้หลายๆ โปรแกรมพร้อมๆ กัน
         มีความเข้ากันได้ (Compatible) กับระบบ UNIX ส่วนมากในระดับ Source Code ความสามารถในการสลับหน้าจอระหว่าง Login sessions ต่างๆ บนหน้าจอคอนโซลในเท็กซ์โหมดได้ (Pseudo Terminal, Virtual Console)
         สนับสนุนระบบไฟล์หลายชนิด เช่น Minix-1, XENIX, ISO-9660, NCPFS,
SMBFS, FAT16, FAT32, NTFS, UFS เป็นต้น

         สนับสนุนเครือข่าย TCP/IP ตลอดจนมีโปรแกรมไคลเอ็น และเซิร์ฟเวอร์สำหรับบริการต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น FTP, Telnet, NNTP, SMTP, Gopher, WWW
         Kernal ของ Linux มีความสามารถในการจำลองการทำงานของMath Processor 80387 ทำให้สามารถรันโปรแกรม ที่ต้องการใช้งานคำสั่งเกี่ยวกับ floating-point ได้
         Kernal ของ Linux สนับสนุน Demand-Paged loaded executable คือ ระบบจะเรียกใช้โปรแกรม เท่าที่จะใช้งานเท่านั้น จากดิสก์สู่หน่วยความจำ เป็นการใช้หน่วยความจำอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการใช้หน่วยความจำส่วนเดียว กับขบวนการหลายๆ ขบวนการพร้อมๆ กัน (Shared copy-on-write pages
         สนับสนุน Swap space มากถึง 2 GB ทำให้มีหน่วยความจำใช้งานมากขึ้นจึงรัน Application ขนาดใหญ่ได้ และมีผู้ใช้งานได้พร้อมกันมากขึ้น
         Kernal มีระบบ Unified Memory Pool สำหรับโปรแกรมและ Cacheทำให้ Cache ปรับเพิ่ม-ลดขนาดได้โดยอัตโนมัติ ขณะที่มีการเรียกใช้ หรือไม่ใช้โปรแกรมใดๆ
         โปรแกรมที่รันมีการใช้งาน Library ร่วมกัน (Dynamically Linked Shared Libraries) ทำให้โปรแกรมมีขนาดเล็ก และทำงานเร็ว
         สนับสนุนการดีบัก (Debug) โปรแกรม และหาสาเหตุที่ทำให้โปรแกรมทำงานผิดพลาดได้
               
         จากจุดเด่นนี้ทำให้พบว่าในปัจจุบันเรานิยมใช้ UNIX เป็นระบบปฏิบัติการของเครื่อง Internet Server กันมาก



ประวัติของ LINUX


  ลีนุกซ์ถือกำเนิดขึ้นในฟินแลนด์ ปี คศ. 1980 โดยลีนุส โทรวัลด์ส (Linus Trovalds)
นักศึกษาภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) ในมหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ
                ลีนุกซ์เห็นว่าระบบมินิกส์ (Minix) ที่เป็นระบบยูนิกซ์บนพีซีในขณะนั้น ซึ่งทำการพัฒนา
โดย ศ.แอนดรูทาเนนบาวม์ (Andrew S. Tanenbaum) ยังมีความสามารถไม่เพียงพอแก่ความต้องการ จึงได้เริ่มต้นทำการพัฒนาระบบยูนิกซ์ของตนเองขึ้นมา โดยจุดประสงค์อีกประการ
                 คือต้องการทำความเข้าใจในวิชาระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ด้วยเมื่อเขาเริ่มพัฒนาลีนุกซ์ไปช่วงหนึ่งแล้ว เขาก็ได้ทำการชักชวนให้นักพัฒนาโปรแกรมอื่นๆมาช่วยทำการพัฒนาลีนุกซ์ ซึ่งความร่วมมือส่วนใหญ่ก็จะเป็นความร่วมมือผ่านทางอินเทอรเนต
                ลีนุกซ์จะเป็นคนรวบรวมโปรแกรมที่ผู้พัฒนาต่างๆได้ร่วมกันทำการพัฒนาขึ้นมาและ
แจกจ่ายให้ทดลองใช้เพื่อทดสอบหาข้อบกพร่อง ที่น่าสนใจก็คืองานต่างๆเหล่านี้ผู้คนทั้งหมดต่างก็ทำงานโดยไม่คิดค่าตอบแทน และทำงานผ่านอินเทอรเนตทั้งหมด
                ปัจจุบันเวอร์ชันล่าสุดของระบบลีนุกซ์ที่ได้ประกาศออกมาคือเวอร์ชัน 2. 0.13 ข้อสังเกตในเรื่องเลขรหัสเวอร์ชันนี้ก็คือ ถ้ารหัสเวอร์ชันหลังทศนิยมตัวแรกเป็นเลขคู่เช่น 1.0. X 1. 2. x เวอร์ชันเหล่านี้จะถือว่าเป็นเวอร์ชันที่เสถียรแล้วและมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเลขคี่เช่น 1.1. X, 1.3.x จะถือว่าเป็นเวอร์ชันทดสอบ ซึ่งในเวอร์ชันเหล่านี้จะมีการเพิ่มเติมความสามารถใหม่ๆลงไป และยังต้องทำการทดสอบหาข้อผิดพลาดต่างๆอยู่




เปิดตัว LINUX

   Linus เปิดตัว Linux อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ตุลาคม 1991 ด้วย Version 0.02
ซึ่งยังคงเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับผู้พัฒนาโปรแกรมระบบอยู่ จนกระทั่งได้เปิดตัว Version 1.0 ในเดือนมีนาคม 1994 และเริ่มมีผู้ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นระบบปฏิบัติการคล้าย UNIX ที่สมบูรณ์แบบ มีความสามารถสนันสนุนกราฟิก X Window สนับสนุนระบบเครือข่าย TCP/IP สามารถรับส่งอีเมล์ ทำหน้าที่เป็น News, WWW, FTP Server ได้ และความสามารถอื่นๆ อีกมาก สำหรับจุดเด่นที่น่าสนใจของ Linux ได้แก่ 
                - เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานได้ฟรี 
- ทำงานได้บนเครื่องพีซีทั่วไป ที่มีหน่วยประมวลผลกลางตั้งแต่ 80386 ขึ้นไปรวมถึง Motora 680x0, Compaq (Digital) Alpha, PowerPC, SPARC เป็นต้น จึงเป็นระบบปฏิบัติการที่มีความต้องการทรัพยากรของระบบในขั้นต่ำ 
- สามารถทำงานได้รวดเร็ว เนื่องจากมีระบบการจัดการหน่วยความจำเสมือน (Virtual Memory) การจัดทำงานแบบ Multitasking และระบบป้องกันการรบกวนการทำงานระหว่าง Process ต่างๆ  
- มีกลุ่มผู้ใช้งานบนอินเทอร์เน็ตค่อนข้างสูง ทำให้ข้อบกพร่องต่างๆ ถูกค้นพบและหาวิธีแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เป็นระบบปฏิบัติการที่มีคุณภาพสูงระบบหนึ่ง 
                 - มีความสามารถแบบ UNIX  
                - สามารถใช้งานร่วมกับดอส (DOS) และ Microsoft Windows โดยการแบ่งพาติชั่น  
                - ความสามารถในการใช้งานไฟล์ร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น DOS,
Microsoft Windows, NetWare, OS/2, Minix, NFS, System V  
                -เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด เนื่องจากทุกฟังก์ชันมี Source Code แนบมาพร้อม 
- Linux ออกเสียงได้หลายลักษณะ เช่น ลีนุกซ์, ไลนักซ์, ลีนิกซ์   


Wednesday, June 20, 2012

รู้จักกับ LINUX



ระบบปฏิบัติการ Linux คืออะไร
                Linux เป็นระบบปฏิบัติการแบบ UNIX - compatible ตัวหนึ่งที่ทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ระดับพีซี (PC) พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ. 1991 โดยนักศึกษาชื่อ Lines B. Tornados ณ University of Helsinki ประเทศฟินแลนด์ในลักษณะของงานอดิเรก โดยมีแรงบันดาลใจมาจากระบบ Minix ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการคล้ายๆ UNIX เล็กๆ ตัวหนึ่งที่พัฒนาโดย Andy Athenaeum เพื่อประกอบการเรียนรู้ ในหนังสือเกี่ยวกับ การออกแบบระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
               
               Linux Version 0.01 ถูกแจกจ่ายให้ทดลองใช้ประมาณปลายเดือน ส.ค. 1991โดยมีเฉพาะ Hard disk Driver และระบบไฟล์ขนาดเล็ก ให้ใช้เท่านั้น ไม่มีแม้แต่ Floppy Disk Driver และต้องมีระบบ Minix อยู่แล้ว จึงจะสามารถทำการคอมไพล์และทดลองใช้งานได้ เนื่องจากยังไม่มีโหลดเดอร์ และคอมไพเลร์ ต้องอาศัยการคอมไพล์ข้ามระบบ และบูตระบบผ่าน Minix

Saturday, June 16, 2012

TANOII SEPPE

ตะนอย เซปเป้
ปวีณ์พร  วนนุรักษ์สกุล 
ม.5/3   เลขที่ 39
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา ๒
เรารักทุกคน เราโลกสวย อิ้อิ้  ♥